31 มีนาคม 2562 นายกฯห่วงใยชาวเหนือ สั่งเร่งแก้ปัญหาฝุ่นควัน ภาพรวม 8 จังหวัดยังน่าห่วง

ที่มา: https://www.naewna.com/local/405078

ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรี เป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือหลังได้รับรายงาว่ามีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานในระดับสูงโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีค่ามลภาวะในอากาศติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกหลายวันต่อเนื่อง โดยสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่ประสบสภาวะวิกฤติ ไปพิจารณาหาแนวทางยกระดับการแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยด่วน ส่วนประชาชนก็จะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย สาเหตุสำคัญของปัญหาหมอกควันและฝุ่นในภาคเหนือมาจากไฟป่า ซึ่งเกิดขึ้นได้เองทุกปีตามธรรมชาติเนื่องจากอากาศแห้ง รวมทั้งเกิดจากการเผาวัชพืชของประชาชน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างหนัก มีการแจ้งเตือน การบังคับใช้กฎหมาย และการลดปริมาณฝุ่นและหมอกควัน ซึ่งทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปร่วมดับไฟด้วย สำหรับมาตรการที่จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้คือ การควบคุมไฟป่าซึ่งมีพื้นที่กว้างอย่างต่อเนื่อง การฉีดพ่นละอองน้ำรอบคูเมืองเชียงใหม่ และกระจายออกสู่ถนนวงแหวนรอบนอก การจัดพื้นที่เซฟตี้โซน ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ และในทุกอำเภอ เพื่อให้ประชาชนใช้พักผ่อน หลีกเลี่ยงปัญหาฝุ่นจากภายนอก เป็นต้น ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณอากาศในพื้นที่ภาคเหนือของไทย ประจำวันที่ 30 มีนาคมว่า ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม. อยู่ระหว่าง 36-239 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) เพิ่มสูงขึ้นกว่าวันก่อนเกือบทุกสถานี โดยที่จังหวัดเชียงราย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ค่า PM2.5 อยู่ที่ 224 มคก./ลบ.ม. มีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อยู่ที่ 168 มคก./ลบ.ม. มีผลกระทบต่อสุขภาพ, จังหวัดลำปาง ที่ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง อยู่ที่ 105 มคก./ลบ.ม.,จังหวัดลำพูน ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน 119 มคก./ลบ.ม., จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 239 มคก./ลบ.ม., จังหวัดน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 149 มคก./ลบ.ม. และ จังหวัดแพร่ ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ 88 มคก./ลบ.ม. ทางด้าน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงาน 8 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ปภ.ได้ประสานทั้ง 8 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ริมทางหลวงอย่างเคร่งครัด ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควันปกคลุมพื้นที่ อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่าจากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม เวลา 05.00 น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชม. ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชม. เกินค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย (ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย) เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลสบป้าด ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) แพร่ (ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่) พะเยา(ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 59 233 มคก./ลบ.ม. ค่า PM10 ระหว่าง76 273 มคก./ลบ.ม. และ AQI มีค่าระหว่าง 121 343 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง) ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 8 จังหวัดภาคเหนือเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนขอความร่วมมืองดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม. ที่สนามร่มบินของชมรมร่มบินเชียงใหม่ ถนนสันกำแพง-แม่ออน ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดใหม่การเตรียมความพร้อมปฏิบัติการเหยี่ยวเวหา ต้านหมอกควันเพื่อร่วมสนับสนุนกับหน่วยงานราชการในการแก้ไขปัญหาหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ โดยประธานชมรมฯ ได้จัดให้มีการประชุมหารือร่วมกันในกลุ่มอากาศยานเบาของจังหวัดเชียงใหม่ทุกประเภท เพื่อร่วมสนับสนุนหน่วยงานราชการในการบินสำรวจการเผาป่าในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน โดยทางกลุ่ม พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือในการออกบินสำรวจกับทุกภาคส่วน ที่มีการร้องขอ ทั้งนี้ นักบินพารามอเตอร์กว่า 50 คน รวมถึงโดรนถ่ายภาพมุมสูง กว่า 50 คน ล้วนแล้วแต่มีความเป็นจิตอาสาและพร้อมสนับสนุนกับทุกภาคส่วนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ส่วนที่จังหวัดเชียงราย สำหรับการมองเห็นระยะไกลจากในเขตอำเภอเมือง ทั้งจากมุมสูง และตามท้องถนน ทัศนวิสัยการมองเห็นลดต่ำลงอย่างมาก โดยจะเห็นแต่หมอกควันสีขาวลอยปกคลุมทั่วบริเวณ โดยทัศนวิสัยการมองเห็น ลดเหลือเพียง 1 กม. ซึ่งถือว่าวันนี้หมอกควันหนาทึบกว่าทุกวัน เป็นผลมาจากมาลมพัดเอาหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางทิศเหนือของประเทศไทย และฝั่งตะวันออกของ อ.เชียงแสน รวมทั้งเกิดไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับค่าฝุ่นละอองในเขตอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 14.00 น. ค่า PM 2.5 วัดได้ 98 มคก./ลบ.ม. ค่า PM 10 วัดได้ 122 มคก./ลบ.ม. อำเภอแม่สาย ค่า PM 2.5 วัดได้ 277 มคก./ลบ.ม. ค่า PM 10 วัดได้ 288 มคก./ลบ.ม. ซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ขณะที่ผวจ.เชียงราย นำเจ้าหน้าที่ออกฉีดพ่นน้ำตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่องมากขึ้น รวมทั้งติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยดับไฟและหน่วยป้องปรามตามจุดต่างๆ ทั้ง 18 อำเภอ ขณะที่ยังคงมีการลักลอบเผาอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยจะยังคงเข้มงวดการห้ามเผาอย่างเด็ดขาดทุกชนิดต่อไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน และรณรงค์การออกมาฉีดพ่นน้ำตามจุดต่างๆ ซึ่งหากว่าสถานการณ์ยังคงรุนแรงและไม่ได้ผลก็จะขอให้มีการนำเครื่องบินขึ้นไปโปรยน้ำเพื่อลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศต่อไป